News Update

News in Asia

จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน: วิธีกำจัดกลิ่นอับ ลดกลิ่นเหม็น ให้บ้านหอมน่าอยู่

จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน: วิธีกำจัดกลิ่นอับ ลดกลิ่นเหม็น ให้บ้านหอมน่าอยู่ กลิ่นอับถือเป็นหนึ่งในปัญหากวนใจในบ้าน ที่นอกจากจะทำให้บรรยากาศในบ้านไม่น่าอยู่แล้วยังกลายเป็นปัญหารบกวนการใช้ชีวิต ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเกิดความหงุดหงิดจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

ซึ่งกลิ่นอับเหล่านี้ก็มีที่มาจากหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น กลิ่นอับในห้องนอน กลิ่นอับในห้องน้ำ กลิ่นอับอาหารในห้องครัว กลิ่นอับในตู้เย็น กลิ่นอับในตู้เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่ง กลิ่นอับจากเฟอร์นิเจอร์ ถ้าเป็นกลิ่นอับในห้องทั่วไป แค่เปิดหน้าต่างระบายอากาศก็อาจจะเพียงพอ แต่ถ้าเป็นกลิ่นอับที่ติดอยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ นั้นก็ต้องมีวิธีจัดการเฉพาะตัว วันนี้เราเลยนำเคล็ดลับ วิธีกำจัดกลิ่นอับ มาฝากกันค่ะ

วิธีกำจัดกลิ่นอับ ในบ้าน

1. กลิ่นอับในห้องนอนวิธีกำจัดกลิ่นอับ

กลิ่นอับในห้องนอนนั้นมีที่มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอากาศไม่ถ่ายเท กลิ่นอับที่มาจากเตียงหรือชุดเครื่องนอน เพราะบางครั้งเราก็ลงนอนบนเตียงโดยที่ยังไม่อาบน้ำ หรือมีเหงื่อออกในตอนนอนทำให้คราบสกปรก เหงื่อไคล ไปสะสมอยู่บนที่นอนจนเกิดกลิ่นเหม็น และอาจจะมีกลิ่นอับจากผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักที่เรากองทิ้งไว้ ผสมปนเปกันอยู่ในห้อง วิธีแก้ไขคือ หมั่นซักชุดเครื่องนอนอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ระหว่างวันควรเปิดม่านและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท มีแดดและลมเข้าถึง จะช่วยลดความชื้นในห้อง เป็นการกำจัดเชื้อโรคไปในตัว ส่วนผ้าเช็ดตัวหลังใช้แล้วควรตากให้แห้งสนิท และนำไปตากแดดบ่อย ๆ จะได้ไม่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นอับในห้องค่ะ

2. กลิ่นอับในห้องน้ำ

วิธีกำจัดกลิ่นอับห้องน้ำเป็นหนึ่งในห้องที่มักจะเจอปัญหากลิ่นอับมากที่สุด เนื่องจากเป็นห้องที่ค่อนข้างอับ อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้กลิ่นต่าง ๆ อบอวลอยู่ในนั้น บางคนอาจจะสงสัยว่าขัดล้างทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้ว ทำไมถึงยังมีกลิ่นอยู่ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะนั่นคือ กลิ่นที่ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำค่ะ เพราะในชีวิตประจำวันเวลาเราอาบน้ำ สระผม จะมีคราบสกปรก เหงื่อไคล คราบไขมันจากสบู่ที่ไหลลงท่อน้ำและเกิดการสะสม ทำให้มีกลิ่นเหม็นอับขึ้นมาจากท่อ วิธีกำจัดที่ง่ายที่สุดคือ

– ใช้น้ำยาขจัดเชื้อโรค 1 ฝา ผสมกับน้ำ 1 ถัง แล้วเทลงในท่อเพื่อให้น้ำยาไปฆ่าเชื้อโรคซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่น
– ใช้เบกกิ้งโซดาโรยลงในท่อน้ำ แล้วตามด้วยน้ำส้มสายชู รอประมาณ 15 นาที แล้วราดน้ำร้อนตามไปอีกครั้ง จะช่วยสลายคราบไขมันหรือเส้นผมที่ค้างอยู่ในท่อ นอกจากจะลดกลิ่นแล้วยังลดการอุดตันทำให้น้ำไหลสะดวกขึ้นด้วย
– เกลือก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ใช้ขจัดกลิ่นได้เช่นกัน แค่นำเกลือมาละลายในน้ำให้เข้มข้น แล้วราดลงไปในท่อน้ำ จะช่วยขจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกลิ่นได้

สำหรับคราบสกปรกในชักโครกที่ขัดไม่ออก เราสามารถใช้โซดาไฟผสมน้ำเพื่อทำความสะอาดได้ แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย โดยสวมถุงมือ ใส่ผ้าปิดจมูก และระวังอย่าให้เข้าตาหรือโดนผิวหนัง เพราะจะเป็นอันตรายได้ค่ะ

3. กลิ่นอับในห้องครัว

วิธีกำจัดกลิ่นอับห้องครัวมักจะมีกลิ่นอับจากอาหารสะสมอยู่ โดยเฉพาะบ้านที่ทำอาหารบ่อย ๆ ยิ่งเป็นอาหารไทยจำพวกผัด แกง ที่มีกลิ่นเครื่องแกงฉุน ๆ กลิ่นจะยิ่งแรงและติดอยู่ในห้องเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีกลิ่นจากเศษอาหารที่สะสมอยู่ กลิ่นท่อน้ำอ่างล้างจาน และกลิ่นอับในตู้เย็น ซึ่งวิธีกำจัดกลิ่นอับต่าง ๆ สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

– กลิ่นอับจากท่อน้ำ เวลาที่เราล้างจานคราบไขมันและเศษอาหารจะลงไปสะสมในท่อทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ซึ่งเราสามารถแก้ได้ด้วยการแยกเศษอาหารทิ้งทุกครั้งก่อนล้าง จะได้ไม่มีเศษอาหารตกค้างภายในท่อ แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นแล้ว ก็จัดการได้ด้วยวิธีโรยเบกกิ้งโซดา ตามด้วยน้ำส้มสายชูแล้วทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนจะราดน้ำร้อนตามลงไป
– กลิ่นจากคราบอาหาร เวลาที่เราทำอาหารก็มักจะมีเศษอาหาร คราบแกงต่าง ๆ กระเด็นเลอะไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นบนเตา บนโต๊ะ หรือคราบน้ำมันบนกำแพง ซึ่งถ้าเราไม่ทำความสะอาดทันทีก็จะทำให้คราบฝังแน่นขึ้น นอกจากจะทำความสะอาดยากแล้วยังส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย เพราะฉะนั้นเราควรทำความสะอาดครัวทุกครั้งหลังทำอาหารเสร็จค่ะ
– กลิ่นอับที่เกิดจากการระบายอากาศไม่ดี ในกรณีที่ห้องครัวเรามีหน้าต่างไม่มากพอ หรืออยู่ในจุดที่อับแสงและลม จะทำให้เกิดปัญหากลิ่นอาหารคละคลุ้งอยู่ในห้องครัวได้ ทางที่ดีคือการเพิ่มหน้าต่าง พัดลมระบายอากาศ หรือฮู้ดสำหรับดูดควันอาหาร จะช่วยลดปริมาณควันในห้อง และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
– กลิ่นอับในตู้เย็น เชื่อว่าหลายคนคงซื้ออาหารมาแช่เอาไว้แล้วลืมกินจนกลายเป็นอาหารบูดคาตู้ หรือไม่ก็มีของหก ถุงของสดขาดเลอะในตู้เย็น ซึ่งถ้าเราปล่อยไว้ก็จะกลายเป็นกลิ่นเหม็นในตู้ ซ้ำร้ายกลิ่นยังมาติดกับของใหม่ที่แช่เข้าไปอีก สำหรับวิธีลดกลิ่นในตู้สามารถทำได้ด้วกการรื้อของที่ไม่กินแล้วออกมาทิ้ง ทำความสะอาดชั้นวางของ แล้ว ใช้กากกาแฟ กระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำ หรือ ถ่านไม้ ไปวางไว้ในตู้เย็น จะช่วยดูดซับกลิ่นอับได้ค่ะ ส่วนวิธีแก้ปัญหาในระยะยาวคือ ทำความสะอาดทันทีที่มีคราบเลอะเทอะ และติดกระดานไว้หน้าตู้เพื่อจดลิสต์อาหารที่เราซื้อมา จะได้ไม่ลืมว่าเรามีอาหารอะไรเหลืออยู่บ้าง หมดปัญหาอาหารบูดคาตู้ค่ะ

นอกจากนี้อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหากลิ่นอับได้อย่างมากคือ ไม่ควรทิ้งขยะไว้ในห้องเป็นเวลานานโดยเฉพาะขยะที่เป็นของสดหรือเศษอาหาร ควรนำไปทิ้งทันทีไม่งั้นจะเกิดการเน่าเหม็นได้ค่ะ

4. กลิ่นอับในห้องนั่งเล่น

วิธีกำจัดกลิ่นอับแม้ว่าห้องนั่งเล่นจะดูเป็นห้องที่ไม่น่ามีกลิ่นอับอะไร เพราะไม่มีท่อน้ำ ไม่มีอาหารเหมือนห้องอื่น ๆ แต่ในห้องนั่งเล่นนั้นก็มีกลิ่นอับได้ โดยจะเป็นกลิ่นอับจากบรรดาเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลาย เช่น โซฟา หมอน พรม หรือแม้กระทั่งผ้าม่าน ซึ่งต้องบอกเลยว่าติดแน่น และกำจัดได้ยากกว่ากลิ่นอับในห้องอื่น ๆ อีกค่ะ เพราะของพวกนี้นั้นไม่ใช่ว่าจะยกไปซักล้างกันได้ง่าย ๆ

– กลิ่นอับจากพรม พรมเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สกปรกที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเราต้องเหยียบย่ำบนนั้นทุกวัน ทำให้คราบสกปรกที่ติดเท้าเราก็จะเลอะไปบนพรม แถมยังมีคราบน้ำ คราบของกินที่อาจจะหกลงบนพรมอีก ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ง่าย แต่เราก็สามารถจัดการได้ด้วยการดูดฝุ่นบ่อย ๆ ทำความสะอาดคราบเลอะทันทีเพื่อป้องกันคราบฝังลึก โดยการซับคราบสกปรกออกให้มากที่สุดแล้วใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูผสมน้ำเช็ด และนาน ๆ ครั้งก็ทำความสะอาดครั้งใหญ่ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดพรมโดยเฉพาะ หรือจ้างให้ร้านทำความสะอาดให้ค่ะ
– กลิ่นอับบนโซฟา บนโซฟามักจะมีกลิ่นอับจากเหงื่อของเราหรือไม่ก็คราบอาหารที่หก ซึ่งเราสามารถทำความสะอาดได้ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้ทั่ว ตามด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำผสมสบู่อ่อน ๆ บิดน้ำออกแค่พอหมาดระวังอย่าให้ผ้าเปียกชุ่ม แล้วถูเบา ๆ เพื่อทำความสะอาดคราบสกปรกบนเนื้อผ้า หลังจากนั้นก็ปล่อยให้แห้ง โดยเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท หรืออาจจะเปิดพัดลมช่วยเป่าให้แห้งเร็วขึ้น แต่ถ้าเกิดว่าทำแล้วกลิ่นยังไม่หายไป แสดงว่ากลิ่นอาจจะฝังลึกลงในใยสังเคราะห์ที่อยู่ข้างในโซฟา อาจจะต้องใช้วิธีบุใยใหม่ทั้งหมด ส่วนหมอนอิงทั้งหลายก็สามารถถอดปลอกไปซักได้ตามปกติ และนำตัวหมอนไปตากแดดค่ะ
– กลิ่นอับบนม่าน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามม่านและไม่เคยนำไปซักเลยใช่มั้ยล่ะคะ ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็รับรองว่ากลิ่นอับและกลิ่นจากฝุ่นถามหาแน่ แถมยังเป็นที่สะสมไรฝุ่นอีกด้วย ทางที่ดีควรนำม่านลงมาซักบ้าง หรือถ้าไม่สามารถซักเองได้ ก็ต้องพึ่งบริการของร้านแทนค่ะ

5. วิธีสร้างกลิ่นหอมในบ้าน

หลังจากที่เรากำจัดกลิ่นอับได้แล้ว เรามาดูวิธีสร้างกลิ่นหอมในบ้านต่อกันดีกว่าค่ะ จะได้ช่วยให้บ้านของเราบรรยากาศดีน่าอยู่มากขึ้น โดยสามารถเลือกใช้ตัวช่วยต่าง ๆ ได้ดังนี้วิธีกำจัดกลิ่นอับ

– ใช้สเปรย์ หรือ เจลหอมปรับอากาศ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แค่เลือกซื้อสเปรย์ หรือเจลที่ชอบมาซักกลิ่น แล้วฉีด หรือวางไว้ในห้องแค่นี้ก็ได้กลิ่นหอมแล้วค่ะ แต่ถ้าใครอยากได้กลิ่นหอมจากธรรมชาติล่ะก็ไปดูข้อต่อไปกันเลย
– ใบเตย นอกจากใบเตยจะหอมแล้วยังมีข้อดีคือช่วยดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ แค่นำใบเตยมาตัดเป็นชิ้นยาว ๆ แล้วใส่ภาชนะวางไว้ในห้อง
– เปลือกมะกรูด สำหรับห้องน้ำ เราสามารถนำเปลือกมะกรูดไปวางไว้ได้ค่ะ น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดจะช่วยให้ห้องหอมและปราศจากกลิ่นอับ
– เทียนหอม เทียนหอมนั้นมีหลากหลายกลิ่นให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นดอกไม้ กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ถ้าเมื่อไหร่ที่เราอยากได้กลิ่นหอม ๆ ก็แค่จุดเทียน นอกจากจะหอมชื่นใจแล้วยังได้บรรยากาศอีกด้วย